เปรียบเทียบประกันสุขภาพ จากบริษัทชั้นนำ
เปรียบเทียบแผนประกันสุขภาพจากบริษัทประกันชั้นนำกว่า 10 บริษัท ได้ในที่เดียว มีแผนให้เลือกหลากหลายตามความต้องการและงบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นแผนเริ่มต้นราคาประหยัด แผนระดับกลาง หรือแผนพรีเมียม รวมถึงแผนแบบเหมาจ่าย แผนที่มีหรือไม่มี OPD และแผนที่ให้ความคุ้มครองชดเชยรายได้กรณีนอนโรงพยาบาล
ตัวอย่างแผนประกันสุขภาพจากบริษัทชั้นนำ ได้แก่:
- กรุงเทพประกันภัย Health IPD ผู้ป่วยใน, Health IPD+OPD
- อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย Basic Care, Max Care, Beyond Care, Care Plus
- เมืองไทยประกันภัย Health ME Plus
- วิริยะประกันภัย V Better Care, V Prestige Care, Viriyah Classic by BDMS, Viriyah Gold by BDMS, Viriyah Healthcare Plus+ by BDMS
- Pacific Cross Standard Plan, Premier Plan, Maxima Plan
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ไม่มีใครคาดเดาได้ว่า จะต้องเจ็บป่วยเมื่อไหร่
และค่ารักษาพยาบาลในปัจจุบันอาจสูงถึงหลักหมื่นหรือหลักแสนบาท ประกันสุขภาพจึงเป็นตัวช่วยสำคัญ ที่ช่วยคุ้มครองค่าใช้จ่าย และลดความเสี่ยงทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด
การมีประกันสุขภาพ ช่วยให้เราเข้าถึงการรักษาที่เหมาะสมได้อย่างมั่นใจ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย และสามารถวางแผนการเงินได้อย่างมั่นคงมากขึ้น
เช็คเบี้ยประกันสุขภาพ และเปรียบเทียบแผนจากบริษัทชั้นนำได้ง่าย ๆ ภายในไม่กี่วินาที
จุดเด่นของประกันสุขภาพที่ PrakunRod.com
- ซื้อเฉพาะประกันสุขภาพได้ ไม่จำเป็นต้องทำประกันชีวิต เลือกความคุ้มครองสุขภาพได้โดยตรง ไม่ต้องซื้อพ่วงกับประกันชีวิต
- คุ้มครองรายปี คล่องตัว สามารถปรับเปลี่ยนแผนหรือเลือกต่ออายุให้เหมาะกับความต้องการในแต่ละช่วงเวลา
- ไม่ต้องสำรองจ่าย เมื่อเข้ารักษาในโรงพยาบาลคู่สัญญา ทั้งนี้เป็นไปตามเงื่อนไขของกรมธรรม์
- สมัครง่าย ไม่ต้องตรวจสุขภาพ เพียงแถลงประวัติสุขภาพตามความเป็นจริง
- การันตีต่ออายุตลอดชีพ บางบริษัทรับประกันการต่ออายุตลอดชีพ เช่น allianz, pacific cross หากสมัครก่อน 60 ปี
- ใช้ลดหย่อนภาษีได้ สูงสุด 25,000 บาท โดยเบี้ยประกันสุขภาพและประกันชีวิต รวมกันสามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท ตามเงื่อนไขกรมสรรพากร
- ทำได้ตั้งแต่เด็กอายุ 14 วัน ถึงผู้สูงอายุ 65 ปี
- ผ่อนชำระ 0% สูงสุด 10 เดือน ผ่านบัตรเครดิต หรือเลือกชำระแบบเงินสดเพื่อรับราคาพิเศษ
— คำถามที่พบบ่อย (FAQs) —
เกี่ยวกับประกันสุขภาพ
ควรเลือกแผนประกันสุขภาพอย่างไร ให้เหมาะกับตัวเอง?
ควรเลือกแผนที่มีความคุ้มครองเหมาะสมกับความต้องการ และงบประมาณ โดยไม่เลือกความคุ้มครองที่น้อยเกินไปหรือมากเกินความจำเป็น
ควรประเมินความคุ้มครองอย่างไร ก่อนซื้อประกันสุขภาพ?
ควรศึกษาค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลที่ต้องการใช้บริการ เช่น ค่าห้อง ค่ารักษา และค่าผ่าตัด เพื่อเลือกวงเงินความคุ้มครองที่เพียงพอ
หากมีประกันสุขภาพจากที่ทำงานอยู่แล้ว ยังจำเป็นต้องซื้อเพิ่มหรือไม่?
ควรตรวจสอบความคุ้มครองที่มีอยู่ก่อน หากวงเงินไม่เพียงพอ สามารถทำประกันสุขภาพเพิ่มได้ โดยเมื่อเข้ารักษา สามารถใช้หลายกรมธรรม์ร่วมกันในการเคลมได้
ความคุ้มครองผู้ป่วยใน (IPD) คืออะไร?
IPD คือ ความคุ้มครองกรณีต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล (Admit) เช่น ค่าห้อง ค่ารักษา และค่าผ่าตัด ซึ่งเป็นความคุ้มครองหลักของประกันสุขภาพ
ความคุ้มครอง IPD มีกี่แบบ? แบบเหมาจ่ายคืออะไร?
ความคุ้มครอง IPD มี 2 แบบหลัก ได้แก่:
- แบบกำหนดวงเงินแยกตามรายการ เช่น ค่าห้อง ค่าผ่าตัด
- แบบเหมาจ่าย คือ คุ้มครองค่าใช้จ่ายตามจริง โดยไม่แยกวงเงินรายรายการ แต่มีวงเงินรวมต่อครั้งหรือ ต่อปี แบบนี้จะยืดหยุ่นกว่า แต่ค่าเบี้ยจะสูงกว่า
คุ้มครองโรคร้ายแรงหรือไม่?
คุ้มครองด้วย ทั้งนี้มีเงื่อนไขไม่คุ้มครองโรคหรือสภาพที่เป็นมาก่อนทำประกัน
ควรซื้อความคุ้มครองผู้ป่วยนอก (OPD) หรือไม่?
OPD คือ ความคุ้มครองกรณีพบแพทย์โดยไม่ต้องนอนโรงพยาบาล โดยสามารถเลือกซื้อเพิ่มได้ แต่จะมีค่าเบี้ยเพิ่มขึ้น ควรพิจารณาจากความถี่ในการใช้บริการ เช่น หากความคุ้มครอง OPD 1,000 บาท/ครั้ง และเบี้ยเพิ่ม 6,000 บาท/ปี จะต้องใช้ประมาณ 6 ครั้ง/ปี จึงจะคุ้มค่า
ความคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) คืออะไร?
PA คือ ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต หรือสูญเสียอวัยวะจากอุบัติเหตุ โดยมักรวมอยู่ในแผนประกันสุขภาพ
ความคุ้มครอง PA สำคัญแค่ไหน ควรใช้เป็นปัจจัยหลักในการเลือกหรือไม่?
PA มีความสำคัญ แต่จุดประสงค์หลักของประกันสุขภาพคือการคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วย จึงควรให้ความสำคัญกับความคุ้มครองสุขภาพเป็นหลัก หากต้องการความคุ้มครอง PA เพิ่ม สามารถซื้อประกันอุบัติเหตุแยกเพิ่มเติมได้
ควรเลือกวงเงินความคุ้มครองเท่าไหร่ดี?
ควรเลือกวงเงินที่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลที่ต้องการใช้บริการ โดยเฉพาะโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง
ค่าห้องพักโรงพยาบาลโดยทั่วไป ราคาเท่าไหร่?
ค่าห้องพักจะแตกต่างกันตามประเภทโรงพยาบาล โดยมีราคาประมาณดังนี้:
- โรงพยาบาลรัฐ: ประมาณ 1,200 – 2,500 บาท/วัน
- โรงพยาบาลเอกชนทั่วไป: เฉลี่ยประมาณ 3,200 บาท/วัน
ค่าห้องพักของโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ ราคาเท่าไหร่?
ตัวอย่างค่าห้องพักเดี่ยว Standard โดยประมาณ:
- โรงพยาบาลเปาโล: ประมาณ 3,700 บาท/วัน
- โรงพยาบาลพญาไท: ประมาณ 5,000 – 6,500 บาท/วัน
- โรงพยาบาลสมิติเวช: ประมาณ 6,000 – 8,000 บาท/วัน
- โรงพยาบาลกรุงเทพ: ประมาณ 7,500 บาท/วัน
- โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์: ประมาณ 12,000 บาท/วัน
ทั้งนี้สำหรับราคาที่แน่นอน กรุณาตรวจสอบกับโรงพยาบาลโดยตรง
ควรเลือกค่าห้องในประกันสุขภาพเท่าไหร่ดี?
ควรเลือกวงเงินค่าห้องให้สอดคล้องกับโรงพยาบาลที่ต้องการใช้บริการ เช่น
- หากต้องการใช้โรงพยาบาลเอกชนทั่วไป ควรเลือกอย่างน้อย 3,000 – 5,000 บาท/วัน
- หากต้องการใช้โรงพยาบาลเอกชนระดับพรีเมียม ควรเลือก 6,000 – 12,000 บาท/วัน หรือเลือกแผนแบบเหมาจ่าย
ทำไมเบี้ยประกันสุขภาพปีต่ออายุจึงเพิ่มขึ้น ทั้งที่ไม่ได้เคลม?
เบี้ยประกันสุขภาพจะปรับตาม "ช่วงอายุ" และ "ค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ในปัจจุบัน" ไม่ได้ปรับจากการเคลมหรือไม่เคลมของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยมีปัจจัยหลัก ได้แก่
- อายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้ความเสี่ยงด้านสุขภาพโดยรวมสูงขึ้น
- ค่ารักษาพยาบาลที่ปรับสูงขึ้นทุกปี เช่น ค่าห้อง ค่ายา และค่าบริการทางการแพทย์
การปรับเบี้ยลักษณะนี้ เป็นมาตรฐานของประกันสุขภาพทั่วไป และช่วยให้เรายังคงได้รับความคุ้มครองอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
ตอบคำถามที่สงสัยเกี่ยวกับประกันสุขภาพ
เงื่อนไขประกันสุขภาพโดยทั่วไป (ยกเว้นระบุไว้เป็นอย่างอื่น ในแผนนั้นๆ)
- กรณีอุบัติเหตุคุ้มครองทันที
- กรณีป่วยไข้ มีระยะรอคอย waiting period 30 วัน (คุ้มครองหลังจากวันกรมธรรม์เริ่มมีผล 30 วัน)
-
โรคต่อไปนี้ มีระยะรอคอย waiting period 120 วัน หรือ 180 วัน แล้วแต่แผน (คุ้มครองหลังจากวันกรมธรรม์เริ่มมีผล 120 วัน หรือ 180 วัน)
- เนื้องอก ถุงน้ำ หรือมะเร็งทุกชนิด
- ริดสีดวงทวาร
- ไส้เลื่อนทุกชนิด
- ต้อเนื้อ หรือต้อกระจก
- การตัดทอนซิล หรืออดีนอยด์
- นิ่วทุกชนิด
- เส้นเลือดขอดที่ขา
- เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
-
โรคหรือการรักษาที่ ไม่คุ้มครอง
- โรคเรื้อรังที่ไม่ได้รักษาให้หายก่อนทำประกัน, โรคที่เป็นมาแต่กำเนิด, ปัญหาด้านพัฒนาการ, โรคทางพันธุกรรม
- การรักษาเพื่อเสริมสวย แก้ปัญหาผิวพรรณ สิว ฝ้า กระ รังแค ผมร่วง การควบคุมน้ำหนักตัว การผ่าตัดอันมีลักษณะเลือกได้ (เว้นแต่เป็นการแต่งแผลอันเกิดมาจากอุบัติเหตุ ได้รับความคุ้มครอง)
- ตั้งครรภ์ แท้งบุตร ทำแท้ง คลอดบุตร โรคแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ การแก้ไขปัญหามีบุตรยาก การทำหมัน การคุมกำเนิด
- โรคเอดส์ กามโรค โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
- การรักษาเพื่อชะลอวัย การให้ฮอร์โมนทดแทนในวัยใกล้หมดระดู การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ การแปลงเพศ
- การตรวจสุขภาพทั่วไป การรักษาหรือการฟื้นฟูโดยให้พักอยู่เฉยๆ
- การรักษาความผิดปกติเกี่ยวกับสายตา ทำเลสิค ค่าใช้จ่ายสำหรับอุปกรณ์เพื่อช่วยรักษาความผิดปกติของการมองเห็น
- การรักษาเกี่ยวกับฟัน เหงือก ทำฟันปลอม ครอบฟัน รากฟัน อุดฟัน จัดฟัน ถอนฟัน ยกเว้นกรณีจำเป็นเนื่องจากการบาดเจ็บโดยอุบัติเหตุ ทั้งนี้ไม่รวม ค่าฟันปลอม การครอบฟันและรักษารากฟัน
- การรักษาการติดยาเสพติด บุหรี่ สุรา สารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท
- โรคที่เกี่ยวเนื่องกับภาวะทางจิตใจ โรคทางจิตเวช ความผิดปกติทางบุคลิกภาพ สมาธิสั้น ออธิสซึม เครียด ความผิดปกติของการกิน ความวิตกกังวล
- การรักษาที่อยู่ระหว่างการทดลอง โรคความผิดปกติของการนอนหลับ นอนกรน
- การปลูกฝี ฉีดวัคซีนป้องกันโรค ยกเว้นการฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า หรือวัคซีนป้องกันบาดทะยัก หลังถูกสัตว์ทำร้าย หรือภายหลังได้รับบาดเจ็บ
- การรักษาที่ไม่ใช่แผนปัจจุบัน รวมถึงแพทย์ทางเลือก
- ไม่คุ้มครอง การฆ่าตัวตาย การพยายามฆ่าตัวตาย ทำร้ายตัวเอง
- ไม่คุ้มครอง การบาดเจ็บที่เกิดขึ้นจากการกระทำของผู้เอาประกันขณะอยู่ใต้ฤทธิ์สุรา สารเสพติด
- ไม่คุ้มครอง การบาดเจ็บที่เกิดขึ้นจากการเข้าร่วมทะเลาะวิวาท
- ไม่คุ้มครอง การบาดเจ็บที่เกิดขึ้นขณะก่ออาชญากรรม ขณะถูกจับกุม หรือหลบหนีการจับกุม
- ไม่คุ้มครอง การบาดเจ็บที่เกิดขึ้นจากการแข่งรถ แข่งเรือ แข่งม้า แข่งสกี แข่งเจ็ตสกี แข่งเสก็ต ชกมวย โดดร่ม
- ไม่คุ้มครอง การบาดเจ็บที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานประจำอากาศยานใดๆ
- ไม่คุ้มครอง การบาดเจ็บที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติหน้าที่เป็นทหาร ตำรวจ หรืออาสาสมัคร และเข้าปฏิบัติการในสงคราม หรือปราบปราม
- ไม่คุ้มครอง การบาดเจ็บที่เกิดขึ้นจากสงคราม สงครามกลางเมือง การจลาจล การก่อการร้าย การแผ่รังสี การระเบิดของกัมมันตภาพรังสี นิวเคลียร์
- ไม่คุ้มครอง ค่ารักษาพยาบาลกรณีผู้เอาประกันเป็นแพทย์สั่งให้แก่ตัวเอง หรือแพทย์ผู้สั่งเป็น บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร ของผู้เอาประกัน
- กรณีผู้เอาประกันภัยซื้อความคุ้มครองชดเชยรายได้เพิ่ม ผู้เอาประกันภัยต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอย่างน้อย 6 ชั่วโมง ตามคำสั่งของแพทย์วิชาชีพเท่านั้น และคุ้มครองสูงสุด ไม่เกิน 30 วัน ตลอดระยะเวลาเอาประกันภัย






